Archive | สารพันเห็ด RSS feed for this section

บทความเกษตร”ราเขียวกับการเพาะเห็ด”

3 ส.ค.

บทความเกษตร”ราเขียวกับการเพาะเห็ด”
เกษตรกรที่เพาะปลูกเห็ดมาซักระยะเวลาหนึ่ง ต้องรูจักราเขียวไม่มากก็น้อย หากเปรียบกับคน ราเขียวก็เป็นเชื้อโรคประเภทฉาบฉวยที่จะคอยแย่งอาหารกับเชื้อเห็ด ในที่นี้อาหารของราเขียวก็คือก้อนเชื้อเห็ด ก้อนเห็ดที่ถูกราเขียวติดเชื้อเข้าทำลาย มีตั้งแต่ทำให้ผลผลิตลดจนถึงไม่ได้ผลผลิตเลย ราเขียวที่มักพบเข้าทำลายก้อนเห็ดมี 2 ชนิด คือ กลิโอเคเดียม และ ไตรโคเดอร์ม่า อันที่จริงราทั้งสองชนิดมีข้อดีในด้านการเกษตรอยู่ไม่น้อย พบได้ทั่วไปในดิน อาศัยกินเศษซากอินทรียวัตถุเป็นอหาร บางชนิดมีนักวิชาการนำไปใช้ในการกำจัดเชื้อโรคพืช เป็นการควบคุมโรคพืชโดยชีววิธีเลยทีเดียว เนื่องจากราเขียวมีความแข็งแรง สามารถทำลายเชื้อราได้หลายชนิดแต่สำหรับก้อนเชื้อเห็ดราเชียวถือว่าเป็นศัตรูที่ร้ายแรงชนิดหนึ่ง (ชาวบ้าน เรียก วัชเห็ด-ศัพท์บัญญัติเอง) เพราะหากราเขียวเข้าทำลายก้อนเห็ดก็จะเกิดความเสียหายเป็นอย่างมาก บางทีถึงกับต้องย้ายฟาร์มหนีเลยทีเดียว

สาเหตุของการระบาดของราเขียวขณะเปิดดอกในโรงเห็ด

1.เป็นฟาร์มเห็ดเก่า ที่มีสุขอนามัยฟาร์มไม่ดี ฟาร์มสกปรก ไม่มีการทำลายซากก้อนเชื้อเห็ดเก่าที่เหมาะสม สปอร์ของราเขียวเลยฟุ้งกระจายไปยังเชื้อที่อยู่ในโรงบ่ม และ โรงเพาะได้ และอีกสาเหตุหนึ่งเมื่อเปิดดอกเห็ดแล้ว มีสปอร์ของราเขียวเข้าติดเชื้อที่ปากถุงทำให้ดอกเห็ดไม่เจริญ เน่า ข้อนี้พบได้บ่อย แต่โชคดีที่ไม่ร้ายแรง เพราะยังสามารถป้องกันการรุกลาม โดยนำถุงเชื้อที่ติดเชื้อราเขียวไปทำลายทิ้ง (นึ่งให้เชื้อตาย ก่อนนำถุงเชื้อไปฝังทิ้งให้ห่างฟาร์มเห็ด)

2.เชื้อราเขียวระบาดจากการติดจากคนเก็บดอกเห็ดเก็บในโรงที่ราเขียวระบาด แล้ว ไปเก็บในโรงอื่นๆ ทำให้ราเขียวระบาดไปทั่วฟาร์ม หรือหนูแทะเมล็ดข้าวฟ่างที่เป็นหัวเชื้อเห็ดที่ปากถุง สปอร์ติดมากับฟัน เท้าหนู จึงทำให้ราเขียวเข้าทำลายก้อนเห็ดอย่างรวดเร็ว

วิธีการป้องกันและกำจัดโดยใช้เชื้อพลายแก้ว เป็นจุลินทรีย์ที่ช่วยปราบราโรคพืช ราเขียวในก้อนเห็ดโดยเรานำเชื้อพลายแก้ว 1 ช้อนชา ผสมกับน้ำมะพร้าว 1 ลิตร ในถังหมัก แล้วหมักแบบเป่าอากาศด้วยเครื่องให้ออกซิเจน ใช้ระยะเวลาในการหมัก 24-48 ชั่วโมง ระยะเวลาที่เชื้อจุลินทรีย์ขยายตัวได้เต็มที่ในระยะเวลา 36 ชั่วโมง ถ้าหากเกิน 48 ชั่วโมง เชื้อก็จะอ่อนตัวลงและตายไปในที่สุด
การนำไปใช้ หลังจากที่เราหมักจนครบกำหนดเวลาแล้ว ให้เรานำน้ำหมักไปผสมกับน้ำเปล่า 20 ลิตร แล้วนำไปฉีดพ่นที่ก้อนเชื้อเห็ดให้ทั่ว เน้นให้เปียกชุ่ม โดยให้ฉีดพ่น 7 วัน/ครั้ง ก็สามารถปราบราในก้อนเชื้อเห็ด ซึ้งจะช้วยลดปัญหาเรื่องราเขียวลงได้

เขียนและรายงานโดย: คุณวรฉัตร จูห้อง (นักวิชาการชมรมฯ)

โทร.089-444-2366

ชมรม เกษตรปลอดสารพิษ http://www.Thaigreenagro.com

วันที่ 2 สิงหาคม 2555 เสนอแนะติชมได้ที่ E-mail:Thaigreenagro.com

การเพาะเห็ดฟางอาชีพเสริม….สร้างรายได้งาม

31 ก.ค.


สวัสดีเกษตรกรทุกท่าน วันนี้มีหนึ่งอาชีพง่ายๆ ที่จะแนะนำเกษตร เอาไว้ทำเป็นอาชีพ เสริม แต่กับทำรายได้งามให้แก่เกษตรกร นั่นก็คือ อาชีพการเพาะเห็ดฟาง เห็ดเป็นอาหารประเภทหนึ่งที่คนไทยนิยมรับประทานกันทั่วไป นอกจากจะรสชาติดีแล้ว ยังมีคุณค่าทางโภชนาการสูงด้วย ซึ่งในเห็ดจะประกอบไปด้วย ธาตุอาหารต่างๆ ทั้งโปรตีน เกลือแร่ แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก และวิตามินต่างๆ สามารถนำมาปรุงอาหารได้หลายชนิด อีกทั้งยังมีสรรพคุณในการใช้รักษาโรคบางชนิดไม่ว่าจะเป็น ไขมันในเส้นเลือดสูง ความดัน โรคหัวใจ และมีสรรพคุณในการต่อต้านมะเร็งบางชนิดด้วย

ในบรรดาเห็ดเศรษฐกิจที่เพาะกันโดยทั่วไป เห็ดฟางเป็นเห็ดที่เพาะมากที่สุดในประเทศและมีการบริโภคภายในประเทศเป็นส่วน ใหญ่ประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ เห็ดฟางเป็นเห็ดที่เพาะปลูกได้ตลอดทั้งปี มีอายุการเพาะสั้นประมาณ 7-18 วัน ส่วนใหญ่นิยมทำเป็นอาชีพเสริมรองจากการทำนา สาเหตุที่คนไทยนิยมเพาะเห็ดฟางไว้รับประทานเอง หรือแม้กระทั่ง ไว้จำหน่าย เนื่องด้วยเห็ดฟางมีรสชาติที่อร่อย มีคุณค่าทางอาหารสูง สามารถนำมาปรุงอาหารได้หลายอย่าง อีกทั้งยังมีต้นทุนในการผลิตที่ต่ำ เนื่องจากวัสดุอุปกรณ์ เราจะหาได้จากวัสดุเหลือใช้จากการเกษตร

วิธีการเพาะ

เตรียมพื้นที่เพาะเห็ด โดยให้พื้นดินมีความชื้นหมาดๆ และแช่ฟางข้าว, ตอซังข้าวหรือวัสดุที่ใช้เพาะทิ้งไว้ประมาณ 1 คืน รวมทั้งอาหารเสริมให้เลือกใช้อย่างใดอย่างหนึ่งที่สามารถจัดเตรียมได้ ส่วนหัวเชื้อเห็ดฟางแต่ละถุง ให้ขยี้หัวเชื้อกระจายออกจากกันและแบ่งเป็น 4 ส่วน เท่าๆ กันเพื่อใส่ลงในแต่ละชั้นของกองฟาง หัวเชื้อ 1 ถุงใช้ได้ 1 กอง จากนั้นให้วางแบบพิมพ์ในพื้นที่เพาะเห็ดความยาวตามตะวัน

ส่วนชมรมฯมีข้อแนะนำ หากอยากได้ผลผลิตที่เยอะ ดอกใหญ่ อวบ สมบูรณ์ แนะนำผลิตภัณฑ์ 2 ตัว คือ แร่ธาตุกระตุ้นดอกเห็ดและอาหารเสริมเห็ดดีพร้อม เป็นผลิตภัณฑ์ขายดี และมีคุณภาพ ที่สามารถเพิ่มผลิตผลิต และผลกำไรให้กับเกษตรกรเป้นอย่างดี หากมีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ http://www.thaigreenagro.com หรือ 0-2986-1680 ถึง 2

เขียนและรายงานโดย : คุณคมกริช คบบัณฑิตย์ (นักวิชาการชมรมฯ)
ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ http://www.thaigreenagro.com
วันที่ 31 กรกฎาคม 2555 เสนอแนะติชม thaigreenagro@gmail.com

“ไร“ ศัตรูที่สำศัญของนักเพาะเห็ด

26 ก.ค.

“ไร“ ศัตรูที่สำศัญของนักเพาะเห็ด

สวัสดีครับพี่ๆน้องๆชาวชมรมเกษตรปลอดสารพิษทุกๆท่านวันนี้ผู้เขียนจะขอกล่าวเรื่องราวเกี่ยวกับ “ ศัตรูเห็ด “ ลองมาอ่านกันดูนะคาบ สิ่งที่นักเพาะเห็ดกลัวและพูดเป็นเสียงเดียวกันคือ “ไร” (Mite) ไรจึงเป็นศัตรูเห็ดที่มีความสำคัญที่จะมองข้ามไม่ได้เลย โดยปกติไรมีอยู่ในธรรมชาติอยู่แล้วเกือบทุกท้องที่ เพียงแต่ว่าเราจะทำอย่างไรในพื้นที่ ที่เราเพาะเห็ด ซึ่งเราไม่ต้องการให้ไรเข้าเจริญเติบโตและแพร่ระบาด เพราะโดยธรรมชาติ ไรชอบไปเจริญเติบโตบริเวณที่มีความชื้น แต่ไม่แฉะ และค่อนข้างหมักโหมม โดยเฉพาะในโรงเรือนเพาะเห็ด ไรเป็นศัตรูเห็ดที่มีขนาดเล็ก จนต้องใช้แว่นขยายเข้าช่วยในการดู จึงจะเห็นได้ชัด ตามสภาพธรรมชาติ มักจะเห็นเป็นจุดเล็ก ๆ สีขาวใส เมื่อแก่จะออกสีเหลืองอ่อน อยู่กระจายเต็มไปหมดที่น่าสนใจคือการที่ไรชนิดต่าง ๆ ที่ทำลายเห็ดนั้นจะมีวงจรชีวิต (ไข่-ตัวแก่) สั้นมาก โดยใช้เวลาเพียง 4-5 วันเท่านั้น

โดยทั่วไปจะพบตัวเมียมากกว่าตัวผู้ถึง 4 เท่า โดยที่ตัวเมียยังสามารถขยายพันธุ์ได้ด้วยการออกไข่และเป็นตัว ไม่จำเป็นต้องผสมพันธุ์กับตัวผู้ จึงทำให้ไรสามารถระบาดทำลายได้อย่างรวดเร็ว และรุนแรงจนเกิดความเสียหาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะที่เส้นใยเห็ดกำลังแผ่ออกไป หากมีพวกไรดังกล่าวระบาดก็จะทำให้เส้นใยขาดออกจากกัน และไม่สามารถเจริญเติบโตต่อไปได้ เนื่องจากไรพวกนี้ชอบทำลายกัดกินส่วนของเส้นใย จนทำให้เกิดความเสียหายกับเกษตรกรที่ทำฟาร์มเห็ดเป็นอย่างมาก

วิธีการแก้ราไข่ปลาที่ก้อนเชื้อเห็ด
1.ใช้สารชีวภัณฑ์ ไมโตฟากัส ผสมกับพลายแก้วฉีดพ่นในโรงเรือน เพื่อป้องกันและกำจัด หากกำลังเปิดดอกอยู่แล้วมีปัญหาของไรเข้าก้อนให้ฉีดอัดเข้าไปในก้อนแบบชุ่มโชก ถ้ามีการระบาดหนักให้ฉีด 3 วันต่อครั้ง ถ้าไม่ระบาดมากสัก 7 วันต่อครั้ง

2.แก้ปัญหาโดยการพักโรงเรือน เปิดระบายอากาศน้ำความสะอาดเพื่อฆ่าเชื้อในโรงเรือน การพักโรงเรือนควรทำอย่างน้อย 15 วัน ทำความสะอาดเครื่องมือ ภายในโรงผลิตก้อนเห็ด และเผาทิ้งหรือทำลายถุงที่มีไรระบาดหนัก

เขียนและรายงานโดย: คุณวรฉัตร จูห้อง (นักวิชาการชมรมฯ)

ชมรม เกษตรปลอดสารพิษ http://www.Thaigreenagro.com

วันที่ 26 กรกฎาคม 2555 เสนอแนะติชมได้ที่ E-mail:Thaigreenagro.com

เห็ดฟางเน่า-ฟ่อ ควบคุมได้ด้วยจุลินทรีย์

19 ก.ค.


อาการเน่า-ฟ่อในเห็ดฟางส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ซูโดโมแนส ( Pseudomonas sp.) ซึ่งพบในเห็ดฟางในโรงเรือนช่วงฤดูฝน ซึ่งพบว่าดอกเห็ดผิวไม่เรียบ มีจุดขาวคล้ายประแป้ง แล้วเปลี่ยนเป็นตะปุ่มตะป่ำผิวขรุขระทั้งดอก มีอาการช้ำ สีของดอกเริ่มเปลี่ยนจากสีขาวเป็นสีน้ำตาลอ่อนอย่างรวดเร็ว เน่ามีน้ำไหลเยิ้มออกมา (กองโรคพืชและจุลวิทยา) ทำให้เก็บผลผลิตไม่ได้เสียหายทั้งโรง สำหรับเชื้อชนิดนี้จะแพร่ระบาดได้ดีช่วงเวลาที่ความชื้นในโรงเรือนสูงโดยมีแมลงเป็นพาหะ

สำหรับการควบคุมป้องกันนั้นควรทำตั้งแต่เริ่มเพาะจนถึงสิ้นสุดการเก็บผลผลิตเห็ดฟาง ซึ่งใช้เวลาเพียง 13 – 17 วันเท่านั้น จึงเป็นเหตุผลอันหนึ่งที่ไม่มีการใช้ยาเคมีในพืชผักชนิดนี้ ดังนั้น วิธีการสำคัญในการป้องกันกำจัดศัตรูเห็ดฟาง คือวิธีการรักษาความสะอาดและการปฏิบัติดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอและการเอาใจใส่ใกล้ชิด ดังนี้

1. เลือกหัวเชื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้ว่าเป็นพันธุ์ดี ให้ผลผลิตสูง ปนเปื้อนน้อยที่สุดหรือไม่มี
2. เลือกตอซังหรือฟางข้าวนวดที่สะอาดปราศจากเชื้อราเม็ดผักกาด ฟางต้องมีลักษณะแห้งสนิทและอมน้ำได้ง่าย วัสดุเพาะทุกชนิดไม่ควรทิ้งให้ตากแดดตากฝนหรือเก็บค้างปี
3. มีความเข้าใจถึงสภาพความต้องการต่าง ๆ ในการเจริญเติบโตของเห็ดฟาง เพื่อจะได้ปฏิบัติดูแลกองเพาะอย่างถูกต้อง เช่น เรื่องอุณหภูมิในกองเพาะ ขณะเส้นใยเจริญเติบโต ต้องการอุณหภูมิระหว่าง 35 – 38 องศาเซลเซียส ซึ่งถ้าในกองเพาะร้อนหรือเย็นเกินไป ก็ควรจะต้องระบายอากาศ เพื่อให้เกิดการถ่ายเทออกซิเจนหรือต้องเผารอบกองเพาะ เพื่อให้ความร้อนแก่กองฟางในฤดูหนาว นอกจากนี้ยังควรเข้าใจเรื่องความชื้น แสงสว่าง ความเป็นกรด-ด่าง และความสามารถในการใช้อาหารของเห็ดฟางอีกด้วยถ้าเป็นการเพาะเห็ดฟางในโรงเรือนแบบอุตสาหกรรม ควรศึกษาถึงการเตรียมปุ๋ยเพาะเห็ดอย่างถูกวิธี ตลอดจนการอบไอน้ำฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ เพื่อให้ได้ปุ๋ยเพาะเห็ดที่มีคุณภาพดีซึ่งเชื้อเห็ดใช้ประโยชน์ได้สูงสุด
4. ความสะอาดของแปลงเพาะ ก่อนเพาะควรจะได้ถางหญ้าเตรียมดินไว้เสียก่อน และเมื่อการเพาะเสร็จสิ้นควรนำฟางที่ใช้แล้วเป็นปุ๋ยหมัก เผาหรือตากดินบริเวณแปลงเพาะที่ใช้แล้วทิ้งไว้ประมาณ 4 – 5 วัน เพื่อฆ่าเชื้อราที่สะสมในบริเวณนั้น เป็นการเตรียมที่เพาะในครั้งต่อไป และเป็นการลดประมาณเชื้อราที่อาจมีอยู่ในดิน สำหรับการเพาะเห็ดฟางในโรงเรือนแบบอุตสาหกรรม ควรมีการพักโรงเรือนเป็นครั้งคราวและทำความสะอาดโรงเรือนเพื่อทำลายศัตรูเห็ดฟาง ก่อนที่จะเพาะในรุ่นต่อไปเมื่อสามารถปฏิบัติได้เช่นนี้ ท่านก็สามารถที่จะเพาะเห็ดฟางได้ประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน
5. หมักขยายเชื้อบีเอส – พลายแก้วด้วยมะพร้าวอ่อน นมกล่องรสหวาน หรือใช้สูตรหมักไข่แล้วให้อากาศผ่านท่อออกซิเจนตู้ปลา ตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ อย่างภาคใต้ปลูกมะพร้าวก็ควรใช้วิธีหมักด้วยน้ำมะพร้าวอ่อน โดยใช้มะพร้าวอ่อน 1 ผล ต่อเชื้อบีเอส – พลายแก้ว 1 ช้อนชา ( 5 กรัม ) นาน 24 ชั่วโมง ก่อนนำมาผสมน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นให้ทั่วทั้งแปลงเพาะหรือบน – ล่างชั้นวางรวมถึงผนัง – พื้นที่โรงเรือนด้วย

คนรักเห็ดท่านใดสนใจต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ (02-9861680-2 )หรือนักวิชาการ (081-3983128) หรือ Email : thaigreenago@gmail.com.

เขียนและรายงานโดย คุณเอกรินทร์ ช่วยชู (นักวิชาการชมรมฯ)

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ http://www.thaigreenagro.com
เสนอติชมได้ที่ Email : thaigreenago@gmail.com

เพิ่มช่องทางเลือก สำหรับเกษตรกรนักเพาะเห็ด เห็ดเล็ก ไม่ใหญ่ไม่โต ไม่มีน้ำหนัก อาหารเสริมเห็ดดีพร้อม ช่วยได้แน่นอน

16 ก.ค.

เพิ่มช่องทางเลือก สำหรับเกษตรกรนักเพาะเห็ด เห็ดเล็ก ไม่ใหญ่ไม่โต ไม่มีน้ำหนัก อาหารเสริมเห็ดดีพร้อม ช่วยได้แน่นอน

หากวันนี้คุณประสบปัญหาเกี่ยวกับเห็ด อาทิเช่น เห็ดดอกเล็ก ไม่ใหญ่ ไม่โต ไม่อวบ ไม่มีน้ำหนัก ขายไม่ได้ราคา ไม่เป็นที่นาพอใจ เราแก้ไขได้ ด้วยอาหารเสริมเห็ดดีพร้อม

อาหารเสริมเห็ดดีพร้อมนี้ จะไปช่วยเพิ่มสารอาหารให้กับเห็ด จะทำให้เห็ดมีสารอาหารอย่างครบถ้วน ออกดอกมาก็จะมีขนาดใหญ่ อวบ สวย มีน้ำหนัก

อย่างเช่นเกษตรกรนักเพาะเห็ดท่านนี้ คุณเฉลิมชัย ทองเผือก ฟาร์มเห็ด เลขที่ 23 ม.13 ต.ซับใหญ่ กิ่ง อ.ซับใหญ่ จ.ชัยภูมิ

เพาะเห็ดฟางอยู่ทั้งหมด 1 โรงเรือน ก็ประสบปัญหาเห็ดออกดอกมามีขนาดเล็กไม่มีน้ำหนัก ขายก็ไม่ค่อยได้ราคา เลยคิดคุ้นหาวิธีอื่นๆเพื่อจะนำมาปรับปรุงการเพาะเห็ดฟางให้มันได้ผลผลิตที่มากขึ้น จนได้มีโอกาสเข้ามารู้จักกับผลิตภัณฑ์ตัวหนึ่ง เป็นอาหารเสริมสำหรับเห็ด ชื่อ อาหารเสริมเห็ดดีพร้อม ของ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ก็ได้โทรเข้ามาปรึกษาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และวิธีการเพาะเห็ดฟางที่ถูกต้อง กับชมรมฯ ที่ชมรมฯ ก็จะมีนักวิชาการคอยให้คำแนะนำเป็นอย่างดี ได้นำคำแนะนำจากชมรมฯมาปฏิบัติตาม และนำอาหารเสริมเห็ดดีพร้อมนี่แหละมาทดลองใช้ในเห็ดฟางด้วย ผลที่ได้รับคือ (เห็ดฟางที่ใช้อาหารเสริมเห็ดดีพร้อมนี้ เป็นเห็ดล็อตใหม่เก็บดอกรุ่นแรก) พบว่าเห็ดออกดอกดีก็ไม่ต่างจากรุ่นก่อนๆ ของแต่ละล็อต แต่ที่ประทับใจคือดอกเห็ดใหญ่มากๆ

เห็ดที่ได้จะมีขนาดเท่าๆกันทุกดอกเลย เก็บครั้งแรกได้ไปประมาณ 40 กว่ากิโลกรัม มีไม่พอขาย และขายได้ราคาดีด้วย ประทับใจในผลิตภัณฑ์มาก เลยคิดว่าจะต้องมีการขยับขยายกิจการให้มากขึ้นแล้วล่ะ และจะยึดเอาผลิตภัณฑ์ อาหารเสริมเห็ดดีพร้อม มาเป็นตัวหลักในการเพิ่มอาหารเสริมให้กับเห็ด ก็ขอชักชวนแนะนำให้เกษตรกรนักเพาะเห็ดทุกท่าน ที่ประสบปัญหาเดียวกันนี้ ลองใช้ อาหารเสริมเห็ดดีพร้อมดู เพราะใช้แล้วบอกได้เลยว่าได้ผลผลิตมากขึ้น ช่วยให้เห็ดดอกใหญ่ โต มีน้ำหนักได้ดีจริงๆ และที่สำคัญราคาไม่แพงด้วย ทางชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ไม่ได้มีแค่ อาหารเสริมเห็ดดีพร้อม เพียงอย่างเดียวนะ ยังมีผลิตภัณฑ์อีกมากมายที่ใช้กับเห็ด ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ในการเพราะเห็ดก็มี ก็ขอแนะนำเผื่อนำไปใช้แล้วจะช่วยให้มีผลผลิตมากขึ้นเหมือนกับดิฉันก็ได้

เกษตรกรท่านใดที่สนใจหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ประชาสัมพันธ์ของชมรมเกษตรปลอดสารพิษ โทร.02-9861680-2 หรือนักวิชาการชมรมฯ โทร.084-5554205

เขียนและรายงานโดย : คุณคุณวุฒิ สุ่นเดช (นักวิชาการชมรมฯ)

วันที่ 16 กรกฎาคม 2555

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ http://www.thaigreenagro.com

การเพิ่มผลผลิตในเห็ดนางฟ้าภูฐาน

12 ก.ค.

สวัสดีครับพี่ๆน้องๆชาวชมรมเกษตรปลอดสารพิษทุกๆท่าน วันนี้ผู้เขียนจะขอกล่าวเรื่องราวเกี่ยวกับเห็ดนางฟ้าภูฐาน ซึ่งเป็นที่รู้กันและนิยมบริโภคกันอยู่ในปัจจุบัน เห็ดนางฟ้าภูฐานเป็นเห็ดเศรษฐกิจชนิดหนึ่งที่ฯ คนไทยรู้จักดี เป็นเห็ดที่มีรสชาติอร่อย กลิ่นหอม เนื้อแน่น กรอบ น่ารับประทาน แล้วยังมีคุณค่าทางโภชนาการสูง มีไขมันที่ต่ำ สามารถนำมาปรุงอาหารได้หลายอย่าง คนส่วนใหญ่จึงมักบริโภคเห็ด กันเป็นอย่างมาก รองมาจากเห็ดฟาง อีกทั้งยังหาซื้อง่าย ราคาก็ไม่แพงจนเกินไป จึงเหมาะที่จะส่งเสริมให้เกษตรกร หรือ ผู้ที่สนใจทั่วไปเพาะเห็ดนางฟ้าภูฐานกันมากขึ้น.
ซึ่งบทความวันนี้ ผู้เขียนจะเล่าถึงเกษตรกรท่านหนึ่งที่ทำอาชีพ เพาะเห็ดนางฟ้าภูฐาน คือ คุณนวลจันทร์ ศุภพัฒน์ เกษตรกรผู้เพาะเห็ดแบบพอเพียง ณ ต.บางกระสอ หมู่ที่ 8 อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี ซึ่ง คุณนวลจันทร์ ได้ มีการใช้แร่ธาตุกระตุ้นดอกเห็ด ตั้งแต่การเปิดดอกเห็ดครั้งแรกจวบจนถึงช่วงที่ก้อนอายุเดือนกว่าก็ใช้แร่ ธาตุกระตุ้นดอกเห็ด 7 วันครั้ง แต่พอก้อนเชื้อเห็ดอายุได้ 4-5 เดือน พี่ดำรงพลใช้แร่ธาตุกระตุ้นดอกเห็ด ทุก ๆ 3 วัน ควบคู่กับการใช้ เชื้อบาซิลลัส-พลายแก้ว คุณนวลจันทร์ บอกว่า เมื่อ เปรียบเทียบระหว่าง ก้อนเชื้อเห็ดเดือนกว่า ๆ กับก้อนเชื้อเห็ด 4-5 เดือน การให้ผลผลิตใกล้เคียงกันและการใช้แร่ธาตุกระตุ้นดอกเห็ด อยู่เป็นประจำมีผลทำให้ก้อนเชื้อเห็ดมีอายุการเก็บเกี่ยวที่ยาวนานขึ้นด้วย เนื่อง จากดอกเห็ดที่สร้างดอกออกมาได้รับสารอาหารจากก้อนที่ฟาร์มเห็ดใส่มาให้ใน ก้อน บวกกับการได้รับสารอาหารเห็ดจากแร่ธาตุกระตุ้นดอกเห็ด ทำให้ดอกเห็ดออก ดี และไม่ดึงสารอาหารจากก้อนที่ผสมมาพร้อมก้อนมาใช้มากเกินไป แต่ จะไปดึงสารอาหารจากแร่ธาตุกระตุ้นดอกเห็ดเข้าไปแทนจึงทำให้ก้อนเชื้อเห็ดของ คุณนวลจันทร์ สามารถเก็บได้นานผลผลิตใกล้เคียงกับครั้งเมื่อเปิดดอกครั้งแรก และเห็ดที่ออกดอกมา ดอกใหญ่ ก้านของดอกเห็ดแข็ง น้ำหนักดี สวย สด ทำให้ได้ราคาดีอีกด้วย

หาก เกษตรกรผู้ใดที่สนใจการเพาะเห็ด และท่านใดต้องการให้ผลผลิตออกดอก เพิ่มปริมาณมากขึ้นกว่าเดิม หรือมีปัญหา เกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงเห็ด เชิญปรึกษาได้ที่นักวิชาการของชมรมเกษตรปลอดสารพิษ หรือโทรสอบถามได้ที่ 0-2986-1680-2 หรือ 089-444-2366 ทางชมรมฯ ยินดีให้คำแนะนำ แก่ เกษตรกรทุกท่านที่โทรเข้าปรึกษาด้วยความเต็มใจคับผม.

เขียนและรายงานโดย: คุณวรฉัตร จูห้อง (นักวิชาการชมรมฯ)
ชมรม เกษตรปลอดสารพิษ http://www.Thaigreenagro.com
วันที่ 12 กรกฎาคม 2555 เสนอแนะติชมได้ที่ E-mail:Thaigreenagro.com

การเพาะเห็ดโคนน้อย

29 มิ.ย.

การเพาะเห็ดโคนน้อย

สวัสดีครับเกษตรกรวันนี้ชมรมมีวิธีการเพาะเห็ดแบบง่ายของเห็ดอีก1 ชนิดมาฝากกัน วันนี้ที่จะนำเสนอก็คือ เห็ดโคนน้อยนั่นเองเห็ดโคนน้อย มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า โคไพรนัส ไฟมิทาเรียส (Coprinus fimetarrius) จัดอยู่ใน ตระกูลเห็ด (Basidiomycetes ในประเทศไทยมีชื่อเรียกแตกต่างกันไป มีชื่อเรียกตามวัสดุเพาะ เช่น เห็ดถั่ว เห็ดถั่วเหลืองหรือ เห็ดถั่วเน่า เห็ดโคนน้อย เห็ดโคนบ้าน เห็ดโคนขาว(ภาคเหนือ) เห็ดคราม เห็ดปลวกน้อย (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ)เห็ดโคนเพาะ
เห็ดโคนน้อย เห็ดหมึก(ภาคกลาง) เป็นเห็ดที่ขึ้นง่าย เห็ดชนิดนี้มีคุณค่าทางอาหารสูงแล้วยังพบว่ามีสรรพคุณทางสมุนไพร ช่วยในการย่อยอาหารและลดเสมหะ สามารถที่จะใช้วัสดุเพาะอื่นๆเพาะได้อีกมากไม่ว่าจะเป็นต้นและใบถั่วต่างๆ ต้นข้าวโพด ทะลายปาล์มน้ำมัน ผักตบชวา ต้นและใบกล้วย ซึ่งสามารถที่จะนำมาเป็นวัสดุเพาะได้ทั้งสิ้น ล้วนแล้วแต่เป็นวัสดุที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น ปัญหาที่สำคัญอย่างหนึ่งของการเพาะ เห็ดโคนน้อยคือการสลายตัวง่ายของดอกเห็ด เนื่องจากเป็นเห็ดที่มีวงจรชีวิตสั้นมากไม่เกิน

36 ชั่วโมง แต่ส่วนใหญ่ที่พบคือประมาณ 24 ชั่วโมงเท่านั้น โดยตอนเช้าจะมีขนาดเล็กและจะโตขึ้นในช่วงบ่าย ซึ่งจะต้องรีบเก็บ หากปล่อยทิ้งไว้ ดอกเห็ดจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลและสูงชะลูดขึ้น หมวกดอกจะบางและเปลี่ยนเป็นสีดำและสลายตัว เป็นที่มาของชื่อเห็ดหมึกซึ่งไม่สามารถนำมาบริโภค จึงมีระยะเวลาในการให้ผลผลิตค่อนข้างสั้น นอกจากจะทำการลวกให้สุกเสียก่อนก็พอที่จะสามารถเก็บได้นานขึ้น ทั้งนี้เนื่องจากเห็ดโคนน้อยมีการเจริญเติบโตเร็ว ส่วนของครีบจะสลายกลายเป็นของเหลวสีดำคล้ายหมึกเป็นผลมาจากการย่อยตัวเอง (autolysis) อย่างไรก็ตามในต่างประเทศ ได้มีการนำของเหลวจากการสลายตัวนี้มาใช้ประโยชน์ได้เช่นทำน้ำหมึกเพื่อทำต้น ฉบับเอกสารพิเศษเพื่อป้องกันการปลอมแปลง

ขั้นตอนการเพาะ

สูตรอาหารสำหรับ 100 ตะกร้า

– ฟางแห้ง 100 ฟ่อน

– หรือใช้ฟางโม่ 150 กก.

– น้ำ 400 ลิตร

– รำละเอียด 2 กก.

– ปุ๋ยยูเรีย สูตร 46-0-0 2 กก.

– ปุ๋ยแคลเซียมไนเตรท สูตร 15-0- 0 4 กก.

– กากน้ำตาล 2 กก.

วิธีการปฏิบัติ

วันที่ 1 (วันแรกที่เริ่มปฏิบัติ ไม่ใช่วันในปฏิทิน)

1. ต้มน้ำ ประมาณ 150 ลิตร ในถัง (ถังน้ำมัน 200 ลิตรที่ผ่า 3ใน4) เติมรำละเอียด 1กก. กากน้ำตาล 1 กก. ปุ๋ยแคลเซียมไนเตรทสูตร 15-0-0 2 กก. ปุ๋ยยูเรีย 1 กก. ต้มน้ำจนเดือดเป็นไอขึ้นมา

2. นำฟางแห้งลงต้มหรือลวกจนกระทั่งฟางนิ่ม แล้วตักขึ้นนำไปกองไว้

3. นำพลาสติกมาคลุมกองฟางที่ลวกแล้ว (คลุมให้มิดชิด) บ่มทิ้งไว้ 1 คืน

วันที่1

วันที่ 2

1.นำ เชื้อเห็ดมายีให้ร่วน (ขยี้เบา ๆ) นำมาคลุกกับอาหารเสริม (แป้งข้าวเหนียวผสมรำละเอียดอัตราส่วน 1:1ส่วน) ใช้อัตรา 1 กำมือต่อหัวเชื้อเห็ด 1 ถุง

2. วางตะกร้าพลาสติกสำหรับเพาะเห็ดที่เตรียมไว้ วางบนพื้นที่สะอาด (แต่ต้องปูพลาสติกหรือกระสอบฟางรองพื้นก่อน)

3. นำตะกร้าที่ตัดก้นออกสวมลงในตะกร้าเพาะอีกชั้นเพื่อทำเป็นแบบพิมพ์

4.นำฟางที่ลวกแล้วที่เตรียมในวันที่ 1ใส่ลงในตะกร้าเพาะเป็นชั้น ๆ ดังนี้

4.1 ชั้นที่ 1 ใส่ฟางลงในตะกร้าหนาประมาณ 3-5 เซนติเมตรใช้มือกดให้แน่น โรยเชื้อเห็ดที เตรียมไว้ให้ทั่วผิวหน้าฟาง

4.2 ชั้นที่ 2 ใส่ฟางหนาประมาณ 5-10 เซนติเมตรใช้มือกดให้แน่น โรยเชื้อเห็ด เฉพาะบริเวณริมขอบชิดข้างตะกร้าเพาะโดยรอบ

4.3 ชั้นที่ 3 และชั้นที่ 4 ปฏิบัติเหมือนเช่นชั้นที่ 2

4.4 ชั้นที่ 5 โรยเชื้อเห็ดให้ทั่วผิวหน้าฟาง แล้วทับด้วยฟางหนา ประมาณ 3-5 เซนติเมตร

4.5ใช้เท้าเหยียบกดก้อนฟางเบาๆเพื่อดึงตะกร้าแบบพิมพ์ออก แล้วจัดก้อนฟางให้เรียบร้อย

4.6 นำตะกร้าวัสดุเพาะที่เสร็จแล้วมาวางรวมกันไว้ ทำจนครบ 100 ตะกร้าแล้วค่อยนำเข้าไปแขวนบ่มโรงเรือน

4.7 ก่อนนำตะกร้าเพาะไปเข้าโรงเรือน ให้รดน้ำก่อนด้วยน้ำปุ๋ยที่เย็นแล้ว หรือ น้ำเปล่าใส่บัวรดน้ำโดยรดผ่านๆไปมาพอเปียก)

4.8 นำตะกร้าวัสดุเพาะเข้าแขวนหรือวางเรียงในโรงเรือน โดยก่อนย้ายเข้าให้พ่นน้ำในโรงเรือนให้ มีความชื้นเสียก่อน

4.9 นับจากวันแรกที่ย้ายวัสดุเพาะ เข้าโรงเรือนจนครบ 5 วัน ให้รักษาอุณหภูมิใน โรงเรือนให้ได้ประมาณ 35-38 องศาเซลเซียส และรักษาความชื้นให้ได้ 80 % โดยปิดพลาสติกโรงเรือนให้มิดชิด

4.10 เห็ดโคนน้อย จะเริ่มออกดอกเห็ดให้เก็บผลผลิตได้ ประมาณวันที่ 5-6 หลังจากที่นำตะกร้าวัสดุเพาะไปบ่มไว้ในโรงเรือน และจะทยอยเก็บดอกเห็ดได้ติดต่อกันทุกวัน เป็นเวลาประมาณ 10-15 วันปริมาณผลผลิตต่อตะกร้าวัสดุเพาะประมาณ 1 กิโลกรัม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพภูมิอากาศว่าเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของดอกเห็ดแต่ ละครั้งในการเพาะ

การดูแลและทำความสะอาดดอกเห็ดหลังเก็บเกี่ยว

ดอกเห็ดที่ได้รับการเก็บ เกี่ยวแล้ว ยังจะเจริญเติบโตต่อเนื่องอย่างรวดเร็วหากเก็บไว้ในที่มีอุณหภูมิสูงจะทำให้ ดอกเห็ดไม่มีคุณภาพน้ำหนักเบา บานง่าย ดังนั้นการเก็บเกี่ยวเห็ดโคนน้อย ไม่ควรเก็บใส่ในภาชนะที่ทึบและอับไม่ควรใส่เข้าไปในภาชนะให้มีปริมาณมากจน เกินไปมักจะนิยมใช้ตะกร้าโปร่งที่สามารถใส่ดอกเห็ดได้ประมาณ 4-5 กก. เมื่อทำการเก็บเกี่ยวเรียบร้อยแล้วควรรีบนำไปตัดแต่ง ทำความสะอาดแล้วนำไปจำหน่ายโดยเร็ว หากปล่อยทิ้งไว้ ดอกเห็ดจะบานและกลายเป็นสีดำอย่างรวดเร็วเนื่องจากเห็ดมีการสลายตัว แต่ถ้าต้องการยืดอายุในการเก็บรักษา ควรเก็บไว้ในตู้เย็นที่อุณหภูมิ 8-10 องศาเซลเซียส สามารถเก็บในรูปเห็ดสดได้นานข้ามวัน

เขียนและรายงานโดย : คุณคมกริชคบบัณฑิตย์ (นักวิชาการชมรมฯ)

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ http://www.thaigreenagro.com

วันที่ 29 มิถุนายน 2555 เสนอแนะติชม thaigreenagro@gmail.com

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 4,899 other followers