ปลูกพืชผักเพื่อขายจำเป็นต้องใช้ปัจจัยเสริมเพิ่มผผลิต (2)

1 เม.ย.

คำว่า “ผลผลิตที่เราต้องการ” นี้สำคัญนะครับ เพราะแต่ละคนมีความต้องการไม่เหมือนกัน บางคนทำเกษตรกรรมแบบพออยู่พอกิน บางคนทำเป็นธุรกิจ ทำเพื่อขาย นำรายได้มาเกื้อหนุนจุนเจือสมาชิกในครอบครัว ใช้หนี้ใช้สิน ภาระค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่พร่างพรูอยู่ตลอดทุกเมื่อเชื่อวัน ดังนั้น เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญ เรื่องที่สำคัญคือ เรื่องทำอย่างไรให้ผลผลิตเพียงพอกับความต้องการ
ถ้าท่านผู้อ่านเป็นหนึ่งในเกษตรกรที่กำลังมีแนวคิดแบบนี้ ก็ต้องค่อยๆ เรียนรู้นะครับ ว่าการใส่ปุ๋ยหมักปุ๋ยคอกที่หมักกันเพียงสองสามเดือนแล้วจะให้พืชที่เราปลูกอยู่ได้รับแร่ธาตุและสารอาหารที่ครบถ้วน ทั้งธาตุหลักอย่าง ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม ธาตุรอง แคลเซียม แมกนีเซียม กำมะถัน ธาตุเสริม เหล็ก ทองแดง แมงกานีส สังกะสี โบรอน โมลิบดินั่ม นิกเกิ้ล ไทเทเนียม ซิลิก้า ไคโตซาน ฯลฯ ก็คงจะเป็นไปไม่ได้ เพราะระยะเวลาการในการหมัก การย่อยสลายนั้นน้อยเกินไป
ดังนั้นจึงมีผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเรื่องสารปรับปรุงบำรุงดินเยอะแยะมากมายออกมารับใช้พี่น้องเกษตรกรให้เลือกใช้ ซึ่งท่านผู้อ่านและพี่น้องเกษตรกรก็จำเป็นที่จะต้องทราบก่อนนะครับว่าดินของเรานั้นมีปัญหาในด้านใด ถ้าเป็นปัญหาทางด้านดินเป็นกรด ดินเปรี้ยว อันนี้ก็ต้องใช้สารปรับปรุงดินที่เป็นกลุ่มของปูน อย่าง ปูนมาร์ล ปูนเปลือกหอย ปูนเผา ปูนขาว โดโลไมท์ ฟอสเฟต และถ้าดินของเราเป็นด่าง ก็ต้องแก้ด้วยกลุ่มของอินทรียวัตถุ (อาศัยกรดอินทรีย์จากกิจกรรมของจุลินทรีย์), ยิปซั่ม และ ภูไมท์ซัลเฟตถุงแดง แต่ถ้าดินที่ขาดแคลนแร่ธาตุสารอาหาร ขาดแคลนความอุดมสมบูรณ์ อันนี้ก็จำเป็นต้องเสริมกลุ่มของปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยชีวภาพ แต่ดังที่ได้ทราบว่าปุ๋ยหมักปุ๋ยคอก ปุ๋ยอินทรีย์นั้นไม่สามารถที่จะตอบสนองเรื่องสารอาหารให้เพียงพอต่อการเพิ่มผลผลิตในแบบทันทีทันใดได้ จึงจำเป็นที่จะต้องหาวัสดุที่พร้อมต่อการแตกตัวย่อยสลาย อย่างเช่นกลุ่มของหินแร่ภูเขาไฟ
หินแร่ภูเขาไฟในโลกนี้มีมากมายหลายชนิด บ้างก็นำไปใช้ในการกลบฝังกากกัมมันตภาพรังสี บ้างก็นำไปใช้ในการกรองน้ำเสีย ในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ในบ่อเลี้ยงปลาคาร์ฟ บ้างก็นำไปใช้ในการจับกลิ่นเหม็นในตึก อาคาร เครื่องกรองอากาศ บ้างก็นำไปเคลือบกับปุ๋ยให้กลายเป็นปุ๋ยละลายช้าที่ญี่ปุ่นทำขายเยอะแยะมากมาย บ้างก็นำไปใช้จับก๊าซพิษของเสียในบ่อกุ้งบ่อปลา จับกลิ่นเหม็นป้องกันแมลงวันในคอกสัตว์เล้าไก่ ฯลฯ
จะเห็นได้ว่าหินแร่ภูเขาไฟที่อยู่ใต้เปลือกโลกเรียกว่า “แมกมา” มีความร้อยเป็นร้อยเป็นพันองศาเซลเซียส พอระเบิดเกิดขึ้นมาเป็น “ลาวา” หลุดพ้นจากแรงอัดมหาศาลใต้เปลือกโลก เจอบรรยากาศที่บางเบาจึงพองตัว ก๊าซและไอน้ำระเหยออก บวมพองเหมือนข้าวโพดคั่ว (Popcorn) มีรูพรุนมหาศาล ผ่านกาลเวลาเป็นสิบเป็นร้อยล้านปี กลายเป็นหินแร่ที่พร้อมต่อการย่อยสลายกลายเป็นปุ๋ย เป็นอาหารให้แก่พืช จุลินทรีย์ และสิ่งมีชีวิตต่างๆ มีแร่ธาตุและสารอาหารทั้ง ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แคลเซียม แมกนีเซียม กำมะถัน เหล็ก ทองแดง แมงกานีส สังกะสี โบรอน โมลิบดินั่ม และที่สำคัญมีซิลิก้า (Sio2  H4Sio4) ที่ละลายน้ำแตกตัวเป็นซิลิสิค แอซิดได้อีกกว่า 70 % ซึ่งช่วยให้เซลล์พืชที่ได้รับเข้าไปสะสมอย่างเพียงพอสามารถที่จะยับยั้งป้องกั้นโรคแมลงเพลี้ยหนอน รา ไร ไม่ให้รบกวนได้
แร่ธาตุและสารอาหารที่มีความหลากหลาย มากกว่าปุ๋ยเคมีที่มีแต่เพียงธาตุหลัก 3 ตัว คือ ไนโตรเจน (N), ฟอสฟอรัส (P) โพแทสเซียม (K) เท่านั้น ปัจจุบันจึงเป็นที่นิยมของเกษตรกรในการนำมาใส่เสริมเพิ่มเข้าไปพร้อมกับปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยชีวภาพ เพื่อเติมเต็มแร่ธาตุและสารอาหารให้พืชได้รับอย่างครบถ้วนสมบูรณ์และเพียงพอต่อการให้ผลผลิตที่ตนเองต้องการ อาจจะนำไปคลุกผสมกับปุ๋ยเคมีในอัตราส่วน 1 : 5 ก็จะช่วยให้ปุ๋ยเคมีเหล่านี้กลายเป็นปุ๋ยละลายช้า พืชค่อยดูดกินไปที่ละนิดตามต้องการ (ปุ๋ยละลายช้า มิได้หมายความว่าละลายยากนะครับ) เปรียบเสมือนเป็นตู้เย็นให้กับรากพืช ช่วยให้การใส่เสริมเพิ่มปุ๋ยเคมีเข้ามาในระบบการทำเกษตรแบบมืออาชีพก็ประหยัด ใช้ปุ๋ยน้อยลง เป็นการเติมอาหารพืชในลักษณะที่เป็นเกษตรอินทรีย์ (ในกรณีที่ไม่อยากใช้ปุ๋ยเคมี) ถูกใจเกษตรกรแนวเกษตรอินทรีย์ชีวภาพได้อย่างลงตัว

มนตรี บุญจรัส
ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ http://www.thaigreenagro.com

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: