แก้ปัญหาเรื่องยางพาราขาดน้ำด้วย”โพลิเมอร์”

20 เม.ย.

ก็ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับเทศกาลสงกรานต์หรือวันปีใหม่ของประเทศไทยเรา ได้มีโอกาสกลับไปบ้านต่างจังหวัดไปรดนำดำหัวญาติผู้ใหญ่ ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล แต่ไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนเลยอยู่แต่บ้านเพราะอากาศมันร้อนเหลือเกิน ร้อนจนทนไม่ไหว ขนาดหลบอยู่แต่ในร่มขนาดนี้ยังทดไม่ไหว นับประสาอะไรกับต้นไม้ที่อยู่กลางแดด คงจะร้อนน่าดู แถมยังต้องเจอกับภัยแล้งอีก ไม่มีน้ำมารดให้ชื่นใจ
ช่วงนี้ดู เงียบๆเหงาๆไปนะครับสำหรับเกษตรกรที่ทำสวนยางพาราอยู่ ทั้งนี้อาจสืบเนื่องจากราคายางแผ่น ตกต่ำลงมา ราคาขายที่ชาวสวนยางพูดกันติดปากว่า 3 โล 100 คือ ราคาขายยางแผ่นตอนนี้กิโลกรัมละ 35-40 บาท ซึ่งถือว่าน้อยมากๆเพราะเจ้าของสวนยางพาราต้องแบ่งให้คนกรีดหรือคนที่ดูแลสวนยางค่อยกรีดค่อยดูแลให้คนละครึ่ง รายได้จึงถูกแบ่งสันปันส่วนไป นี่ก็เป็นปัญหาที่ชาวสวนยางเผชิญอยู่ในเวลานี้ หลังไม่ได้พูดถึงชาวสวนมือใหม่ที่ปลูกในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสาน ที่พึ่งปลูกไปไม่น่าเกิน 3-4 ปี ซึ่งเกษตรกรกลุ่มนี้ยังไม่สามารถเปิดกรีดยางได้เพราะยังไม่ถึงเวลา แต่ราคายางพาราในเวลานี้ก็ทำให้เกษตรกรกลุ่มนี้ เกิดอาการท้อได้เหมือนกัน ไม่คิดอยากจะลงทุนบำรุงดูแลต้นยางพาราอีกแล้ว แต่อย่าลืมไปนะครับว่าต้นทุนที่เราได้ลงทุนลงแรงไปแล้วตลอด 1-2 ปีที่ผ่านมามันมากพอสมควรแล้ว และใครจะไปตรัสรู้ว่าอนาคตข้างหน้าอีก 3-4 ปีข้างหน้าราคายาพาราอยากจะพุ่งสูงขึ้นมาอีกก็ได้ ฉะนั้นแล้วไม่ควรปล่อยปะระเลยสวนยางพาราของเรานะครับ ควรจะดูแลบำรุงรักษาเอาไว้จะดูกว่าครับ แต่ก็ดูแลตามกำลังทรัพย์ตามแต่สมควร
โดยปกติแล้วช่วงระยะเวลานี้เป็นช่วงฤดูแล้ง ต้นยางพาราที่ปลูกจะเจอปัญหาเกี่ยวกับการขาดน้ำทำให้ต้นยางพาราที่พึ่งปลูกได้1-2 ปีเจอปัญหาขาดน้ำและก็ตายไปเป็นจำนวนมาก ซึ่งปัญหาเรื่องยางยืนทนต้นตายเพราะแล้งเคยมีข่าวมาเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ทางภาคอีสานเป็นแสนไร่ส่วนใหญ่จะเป็นยางปีแรก เพราะต้นยางพาราปีแรกรากของต้นยางยังไม่ลึกเลยหาน้ำใต้ดินยังไม่ได้ ทำให้มีปัญหาตายไปเป็นจำนวนมาก แต่ปัญหาเรื่องยางขาดน้ำตาย ไม่ค่อยเกิดกับลูกค้าของชมรมเกษตรปลอดสารพิษที่ใช้ สารอุ้มน้ำโพลิเมอร์รองก้นหลุมตั้งแต่ตอนปลูกทีแรกเพราะโพลิเมอร์จะเก็บกักน้ำไว้ให้ต้นยางพาราไว้ใช้ช่วงที่ขาดน้ำในฤดูแล้ง คอยประทังชีวิตของต้นยางพาราให้ผ่านช่วงแล้งมาได้จนถึงช่วงฤดูฝนใหม่ในเดือนพฤษภาคม จากการเก็บข้อมูลของทางทีมงานชมรมเกษตรปลอดสารพิษพบว่า เปอร์เซ็นต์ของยางพาราที่ปลูกโดยใช้โพลิเมอร์รองก้นหลุมปลูกมีเปอร์เซ็นต์ที่ตายน้อยมากๆไม่ถึง 5% และยังมีข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มที่ปลูกยางพาราโดยที่ไม่ได้ใช้โพลิเมอร์รองก้นหลุมตอนปลูก แต่ได้นำสารอุ้มน้ำโพลิเมอร์ไปใช้ในช่วงหน้าแล้ง โดยวิธีใช้จำนำโพลิเมอร์ไปแช่น้ำในอัตรา น้ำ 200 ลิตร ต่อโพลิเมอร์ 1 กิโลกรัม แช่ค้างคืนให้โพลิเมอร์ดูดซับน้ำจนพองตัวกลายเป็นวุ้นหรือเยลลี่ แล้วไปขุดหลุมข้างๆต้นยางพาราแล้วนำโพลิเมอร์ที่แช่น้ำแล้วไปใส่ในหลุมแล้วกลบ เพื่อให้รากของต้นยางพารามาดูดน้ำจากโพลิเมอร์ไปใช้ได้ ซึ่งวิธีการนี้ก็ช่วยให้ต้นยางพาราที่ปลูกในปี 2 ปีแรกรอดตายได้เช่นกันครับ…….ถ้ายังไงแล้วเกษตรกรที่ปลูกยางพาราลองนำวิธีที่ผู้เขียนกล่าวมา ไปแก้ปัญหาเรื่องต้นยางพาราขาดน้ำในฤดูแล้งกันได้นะครับ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นายจตุโชค จันทรภูมี โทร.085-9205846 หรือสอบถามไปที่ฝ่ายวิชาการ ของทางชมรมเกษตรปลอดสารพิษที่เบอร์ 02-9861680-2

เขียนและรายงานโดย
นายจตุโชค จันทรภูมี(นักวิชาการ)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: