ปลูกพืชใช้น้ำน้อย สร้างรายได้ในช่วงฤดูแล้ง

22 เม.ย.

ในช่วงเวลาที่ประเทศไทยอยุ่ในช่วงที่อากาศร้อนที่สุดของปีและเป็นช่วงที่ประเทศไทยแล้งและขาดแคลนน้ำในรอบหลายสิบปี สำหรับภาคเกษตรแล้วถือว่าได้รับผลกระทบมากที่สุดเพราะน้ำเป็นปัจจัยหลักอันดับ1 ในการทำการเกษตร ฉะนั้นแล้วควรจะมองหาพืชที่ใช้น้ำน้อยมาเพาะโดย เฉทเช่นนโยบายของทางภาครัฐที่ส่งเสริมให้ปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยๆในการเพาะปลูก
โดยการปลูกพืชที่มีอายุการเก็บเกี่ยวสั้น พืชที่ใช้น้ำน้อย เช่นพืชตระกูลผัก เช่น ผักบุ้ง คะน้า ถั่วฝักยาว บวบ ฟัก กระเพรา ตะไคร้ เป็นต้น หรือจะเป็นกลุ่มไม้ดอก ที่มีอายุการเก็บเกี่ยวผลผลิตสั้น ใช้น้ำน้อย มาปลูกทดแทนสร้างรายได้มาจุนเจือครอบครัวระหว่างช่วงรอน้ำทำนา
พืชเศรษฐกิจที่น่าจำสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำให้เกษตรกรที่ว่างเว้นจากการทำนา ที่ทางผู้เขียนอย่ากแนะนำก็คือ ดาวเรือง ซึ่งดาวเรืองเป็นดอกไม้ในไม่กี่ชนิดที่ขายกันเป็นดอก ไม่ได้ขายเป็นกิโลกรัมเหมือนดอกมะลิหรือดอกไม้ชนิดอื่นๆ ดาวเรืองใช้เวลาปลูกประมาณ 60-70 วันก็สามารถตัดดอกขายได้แล้ว หลังจากที่ตัดรอบแรกแล้วก็สามารถตัดดอกขายได้อีกประมาณ 2 เดือนเป็นอย่างต่ำ ราคารับซื้อที่ซื้อขายกันอยู่ก็ดี ดอกจัมโบ้(ดอกใหญ่พิเศษ) รับซื้อกันอยู่ที่ดอกละ 1-2 บาท ส่วนดอกเล็กราคาก็ลดหลั่นลงมา เกษตรกรในภาคอีสานจะนิยมปลูกดาวเรืองเป็นอาชีพเสริมหลังจากการเก็บเกี่ยวข้าวนาปีช่วงเดือนพฤศจิกายน เพราะภาคอีสานจะทำนากันปีละครั้งจะไม่มีน้ำทำนาปรังเหมือนเขตภาคกลาง หลังจากเกี่ยวข้าวแล้วก็จะทำการปลูกพืชระยะสั้นเสริมแบบนี้แทบทุกปี เกษตรกรในเขตภาคกลางน่าจะเอาวิธีของชาวนาในภาคอีสานไปลองปรับใช้ดูบ้าง
สำหรับดาวเรืองเป็นไม้ดอกที่ดูแลไม่อยาก ดูแลด้วยการใส่ปุ๋ยสูตรเสมอ เช่น 15-15-15 เป็นประจำทุกเดือน ส่วนเรื่องของโรคแมลงก็จะมีเชื้อราที่คอยสร้างปัญหาส่วนมากจะเป็นที่ดอกทำให้ดอกดาวเรืองมีตำหนิ ราคาอาจตกลงได้ แมลงศัตรูก็จะมี หนอนเจาะดอก หนอนกินใบ เพลี้ยไฟ เป็นต้น
เกษตรกรที่ทำนา หรือ ทำพืชไร่ ควรปรับตัวให้ทันกับสถานณ์ปัจจุบัน ไม่ใช่มีอาชีพทำนาหรือทำไร่เชิงเดียวอย่างเดียว แต่ควรจะมีความรู้ในเรื่องการเพาะปลูกพืชอย่างอื่นด้วย เผื่อว่าในภายภาคหน้าเกิดเหตุการณ์ขาดแคลนน้ำในการเพาะปลูก จะได้ปรับตัวได้ทัน ท่วงที
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณจตุโชค จันทรภูมี โทร.085-9205846 หรือสอบถามไปที่ฝ่ายวิชาการของทางชมรมเกษตรปลอดสารพิษ โทร.02-9861680-2

เขียนและรายงานโดย
นายจตุโชค จันทรภูมี(นักวิชาการเกษตร)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: