นโยบายเกษตรอินทรีย์ดูเหมือนจะมั่นคงแต่ไร้ซึ่งผู้ตอบสนอง

26 เม.ย.

อดีตถึงปัจจุบันกว่า 50 ปีโลกใบนี้เปลี่ยนแปลงอะไรต่อมิอะไรไปมากมาย วิถีการดำเนินชีวิตใหม่ จากที่เคยใช้แรงงานสัตว์ ก็หันมาใช้จักรกลแทน มีชลประทาน ปุ๋ยเคมี ยาฆ่าแมลงที่เป็นเคมี มากจนยากที่จะเจียระไนให้สะอาด จนต้องผลักให้ประเทศด้อยพัฒนารับกรรมแทน ไทยก็ประเทศหนึ่งที่เจอผลกระทบอยู่ โดยมหาอำนาจวางกุศโลบายยกย่องให้เป็นอู่ข้าวอู่น้ำเลี้ยงชาวโลก ฟังแล้วชั่งภาคภูมิใจแทนเกษตรกรเสียเหลือเกิน นอกจากจะได้เป็นกระดูกสันหลังของชาติ(ไทย)แล้ว ยังได้รับการยกย่องให้เป็นครัวโลก ตรงกับเนื้อเพลงที่ว่า”กสิกรแข็งขันเป็นกระดูกสันหลังของชาติ ไทยจะเรืองอำนาจเพราะเป็นชาติกสิกรรม” แต่หนึ่งในความภาคภูมิใจบวกกับตัวเลขส่งออกที่มากขึ้น ไทยส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรมากติดอันดับ 1ใน 5 ของสินค้าส่งออกทั้งหมด แต่นั่นแหละต้องแลกมาด้วยกับตัวเลขการเจ็บป่วยของเกษตรกรที่เพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งส่วนใหญ่จะป่วยเรื้อรังและมีความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งสูง
ผู้เขียนเชื่อว่าหลายคนคงรู้จักผักปลอดสารพิษ ผักอินทรีย์ ซึ่งผักเหล่านี้เป็นผลผลิตจากการทำเกษตรโดยใช้ธรรมชาติปกป้องธรรมชาติ ไม่ใช้เคมีที่เป็นพิษต่อพืชหรือสัตว์ การผลิตอาหารให้ปลอดภัยไร้สารพิษจะต้องได้รับความร่วมมือจากผู้ผลิต ผู้บริโภค โดยเริ่มจากปลูกที่ทานเองในครัวเรือน เหลือค่อยแจกจ่ายหรือจำหน่ายโดยไม่ต้องอาศัยคนกลาง เมื่อผู้บริโภคกับผู้ผลิตมีโอกาสพูดคุยกันโดยตรง ทำให้ทราบถึงความต้องการของผู้ซื้อ ความยากง่ายในการผลิต สามารถจะวางแผนการผลิตล่วงหน้าเป็นรายเดือนรายปี เพื่อรองรับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เช่น ภัยแล้งทำให้พืชผลไม่ออกเท่าที่ควร อาจเป็นจุดเล็กๆของปัญหาก็จริง แต่ก็ไม่ควรมองข้าม เพราะนั้นคือก้าวแรกสู่ประตูต้อนรับ AEC
ท่ามกลางบรรยากาศที่คละคลุ้งไปด้วยสารพิษที่ลอยอยู่ในชั้นบรรยากาศ ชัยชนะก็เริ่มก่อตัวขึ้นมาเล็กน้อย เมื่อมติที่ประชุมรัฐบาล (พฤศจิกายน 2555)ได้มีการห้ามนำเข้าสารเคมีอันตราย 4 ชนิด ซึ่งได้แก่ ไดโครโดฟอส, เมโทบิล (แลนเนท), คาร์โบฟูราน (ฟูราดาน)และอีพีเอ็น(คูมิฟอ)เข้ามาในประเทศไทย และเห็นว่านอกจากนี้รัฐบาลยังกำหนดนโยบายสนับสนุนให้ปลูกผักปลอดสารพิษเพิ่มขึ้นอีกด้วย ผู้เขียนหวังว่ารัฐบาลคงดำเนินการตามสัญญาและนโยบายที่ให้ไว้ภายใต้ตราครุฑนะครับ ประเทศไทยจะได้รอดพ้นจากเคมีเกษตรเสียที ไม่เป็นถังรองรับขยะให้มหาอำนาจอีกต่อไป ท่านใดสนใจแลกเปลี่ยนข้อมูลหรือเสนอแนวคิดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่ 02-9861680 -2
เขียนและรายงานโดย : คุณเอกรินทร์ ช่วยชู (นักวิชาการชมรมฯ)
ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ http://www.thaigreenagro.com
เสนอแนะติชมได้ที่ email : thaigreenagro@gmail.com

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: