โรคแคงเกอร์ในมะนาว โรคกุ้งแห้งในพริก ราเขียวราดำในเห็ด ต้องยกให้ “ไบโอเซ็นเซอร์”

12 พ.ค.

ปัญหาเกี่ยวกับโรคแคงเกอร์ในพืชตระกูลส้ม มะนาว มะกรูด ฯลฯ ซึ่งสาเหตุนั้นเกิดมาจากเชื้อแบคทีเรีย…นะครับ ไม่ใช่เชื้อราคุณๆต้องศึกษารายละเอียดให้ดีนะครับ มิฉะนั้นเราไปใช้ยาฆ่าเชื้อรามาปราบก็ทำให้เสียเงินไปโดยเปล่าประโยชน์ไม่ได้ผล
โรคแคงเกอร์ (Citrus Canker) เป็นโรคที่พบมากที่สุดก็คือในพืชตระกูลส้มดังที่ได้กล่าวไปแล้ว โรคนี้มักพบที่ใบจะมีรอยโรคเป็นจุดสีน้ำตาล และอาจเกิดแผลที่ใบอาจมีรอยแตกร้าว นอกจากนี้ อาจพบร่องรอยของโรคนี้ที่กิ่ง ก้าน ลำต้น และผลได้ด้วย โดยโรคแคงเกอร์นั้นมีสาเหตุมาจากเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่ว่า Xanthomonas axonopodi. pv citri. นี่คือชื่อใหม่ล่าสุดครับ ส่วนเชื่อเดิม ของมันก็คือ Xanthomonas compestris. pv citri. กล่าวแบบสั้นๆ ก็คือ โรคแคงเกอร์ สาเหตุมาจากเชื้อแบคทีเรีย และจะระบาดได้ง่ายเมื่อความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศมีมากหรือสูงนั่นเอง
ในอดีตการรักษาโรคแคงเกอร์ในส้ม มะนาว มะกรูด ชาวบ้านก็จะใช้สารคอปเปอร์ (Copper) เรียกว่าฉีดกันจนต้นเขียวปี๋ทีเดียวเชียวล่ะครับ แต่ปรากฏว่าโรคแคงเกอร์ก็ยังอยู่ แต่ที่ทำท่าว่าจะสูญสลายหายไปนั่นก็คือ คนฉีดพ่น กับต้นมะนาวครับ เพราะสะสมสารพิษ สารเคมีเข้าไปทุกวันๆ มะนาวก็ต้านไม่ไหว
การที่ฉีดพ่นสารเคมีหรือคอปเปอร์ลงไปในผืนดินบ่อยๆ ก็เกิดการสะสม มีความเข้มข้นมากขึ้น ๆ เมื่อเข้าสู่กระบวนการเปิดดอก เกษตรกรมักจะทิ้งน้ำ คืองดการให้น้ำ ประมาณหนึ่งถึงสองเดือน …ช่วงนี้เองที่สารคอปเปอร์จะแผลงฤทธานุภาพทำให้ต้นมะนาวนั้นเครียดและอ่อนแอ จนบางครั้งก็ล้มตายลง เมื่อน้ำถูกจำกัด ความเข้มข้นของสารคอปเปอร์เดิมที่มีน้ำทำหน้าที่เจือจางอยู่ก็หมดไป น้ำยิ่งระเหยออกไปจากดินมากขึ้น ความเข้มข้นของสารคอปเปอร์ก็เข้มข้นขึ้นตามลำดับ ทำให้รากมะนาวต้องทนทุกข์ทรมานจากปฏิกริยาสารคอปเปอร์ที่มี่อยู่อย่างหนาแน่นจากพฤติกรรมการฉีดพ่นสารคอปเปอร์รักษาโรคแคงเกอร์นั่นเอง
ความเข้มข้นของสารคอปเปอร์ที่มี่อยู่ในดินและไม่มีน้ำเป็นตัวเจือจางก็เป็นสาเหตุทำให้รากมะนาวหรือพืชอื่นๆ ถอดปลอก รากใหม่ที่เกิดขึ้นก็จะถูกทำลาย ทำให้ขาดการดูดกินสารอาหารลำเลียงไปเลี้ยงส่วนต่างๆ มีผลทำให้หลังเกิดดอก ก็จะมีปัญหาดอกและผลร่วง เพราะขาดสารอาหารขึ้นไปบำรุง ในอดีตทุ่งรังสิตมีการกล่าวโทษโรงไฟฟ้าวังน้อย ว่าเป็นตัวการณ์ทำให้ส้มทั้งทุ่งรังสิตร่วง…แต่ลืมวิเคราะห์สาเหตุจากพฤติกรรมการใช้สารคอปเปอร์มาอย่างยาวนาน
ปัจจุบันการรักษาโรคเกอร์มีทางเลือกมากขึ้นนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการใช้หินแร่ภูเขาไฟ พูมิช, พูมิชซัลเฟอร์ สร้างความแข็งแกร่ง สร้างภูมิคุ้มกัน เปรียบเหมือนเป็นวัคซีนที่ไก่ชนสร้างทนต่อไวรัส H5N1 จากเชื้อไข้หวัดนกได้นั่นเอง พืชจะแข็งแรงโดยธรรมชาติอุ้มชูได้ก็ต้องปรับพีเอชดินให้ได้ 5.8 – 6.3 เพื่อให้ละลายแร่ธาตุอาหารในดินออกมาเป็นประโยชน์ให้พืชมากที่สุด เสริมอาหารให้พืชได้รับอย่างครบโภชนาการทั้งธาตุหลัก ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม ธาตุรอง แคลเซียม แมกนีเซียม กำมะถัน ธาตุเสริม เหล็ก ทองแดง แมงกานีส สังกะสี โบรอน โมลิบดินั่ม นิกเกิ้ล ไทเทเนียม ฯลฯ และที่สำคัญคือธาตุเสริมหรือธาตุพิเศษอย่าง ซิลิก้า และไคโตซาน สองตัวหลังนี้ช่วยสร้างผนังเซลล์ให้แข็งแกร่ง เพิ่มน้ำหนัก เร่งการเจริญเติบโต ก็จะช่วยให้พืชนั้นมีภูมิคุ้มกันคล้ายกับสร้างวัคซีนตั้งแต่ต้นยังเล็กๆขึ้นมา
ส่วนการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุนั้น ก็มีทางเลือกแล้วนะครับไม่ต้องจมปลักอยู่กับสารพิษวัตถุอันตรายแต่เพียงอย่างเดียว เราสามารถใช้จุลินทรีย์ชีวภาพอย่าง “ไบโอเซ็นเซอร์” ซึ่งเป็นกลุ่มของบัคเตรีที่มีชื่อว่า “บาซิลลัส ซับธิลิส (bacillus subthilis spp.) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ผ่านการคัดเลือกมาอย่างดีในการปราบโรคแคงเกอร์ในพืชตระกูลส้ม มะนาว มะกรูด ส้มโอ ฯลฯ และโรคกุ้งแห้งในพริก โรคเหี่ยวเขียวในมะเขือเทศ และโรคอื่นๆทั้งหลายที่เกี่ยวกับเชื้อราหรือแบคทีเรียนั้น “ไบโอเซ็นเซอร์” สามารถที่จะเข้าทำลายได้ทั้งสองชนิด
ไบโอเซ็นเซอร์ เป็นจุลินทรีย์ที่สามารถยับยั้งทำลายเชื้อราโรคเห็ดทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นโรคราดำ ราเขียว ราเมือก ราส้มฯลฯ จึงเป็นประโยชน์อย่างมากแก่เกษตรกรผู้เพาะเห็ดซึ่งหาปัจจัยในการรักษาโรคที่เกิดเชื้อราในเห็ดได้ยาก จะใช้ยาฆ่าเชื้อรานำมาฉีดพ่นก็จะทำได้ “เห็ด” ซึ่งก็ถือว่าเป็นเชื้อราชนิดหนึ่ง แต่เป็นเชื้อราชั้นสูงเท่านั้นเอง ก็ล้มตายตามไปด้วย แต่เจ้า “ไบโอเซ็นเซอร์” นั้นเข้าสามารถที่จะรักษาเชื้อราโรคเห็ดได้อย่างเฉพาะเจาะจง ไม่เป็นอันตรายต่อเห็ดนะครับ
ในกลุ่มของ 5 เสือจุลินทรีย์ชีวภาพนี้ก็สามารถนำมาใช้ในอาชีพเพาะเห็ดได้มากถึง 4 ชนิด ไม่ว่าจะเป็น คัทออฟ จุลินทรีย์ชีวภาพ บิวเวอร์เรีย บาสเซียน่า ที่เอาไว้ปราบแมลงหวี่ แมลงวัน ต่างๆ ในโรงเรือนเพาะเห็ด ฟอร์แทรน จุลินทรีย์ชีวภาพ เมธาไรเซียม ที่ทำหน้าที่ในการปราบปรามกำจัดปลวกร้ายที่ทำลายโรงเรือน หรือจะนำมาฉีดพ่นเพื่อกำจัดแมลงรบกวนชนิดต่างๆ ก็ได้เช่นเดียวกัน อีกตัวหนึ่งคือ ไบโอแทค จุลินทรีย์ชีวภาพ บาซิลลัส ธูริงจิเอนซิส ที่ทำหน้าที่ในเรื่องของการปราบหนอนแมลงหวี่ แมลงวัน หรือหนอนที่เข้าทำลายก้อนเห็ดทุกชนิดเลยนะครับ เรื่องนี้คุณๆ อย่าเพิ่งสับสนนะครับระหว่าง แมลงหวี่ กับ หนอนแมลงหวี่ เจ้า คัทออฟ กับ ฟอร์แทรน นั้นกำจัดแมลงหวี่ แมลงวัน แมลงรบกวนชนิดตัวเต็มวัยครับ ส่วนเจ้า ไบโอแทค นั้นเขากำจัดระยะที่เป็นวงจรของแมลงหวี่ที่อยู่ในระยะตัวหนอนนั่นเองครับ
ส่วนอีกชนิดหนึ่งที่เป็น 1 ใน 5 เสือจุลินทรีย์ชีวภาพคือ อินดิวเซอร์ เสือตัวนี้ห้ามนำไปใช้ในการเพาะเห็ดเป็นอันขาดนะครับ เพราะเค้าคือเชื้อราเขียว ไตรโคเดอร์ม่า ซึ่งเป็นศัตรู้หมายเลขหนึ่งของวงการเพาะเห็ดทีเดียวเชียวล่ะครับ ควรอยู่ห่างๆ เค้าไว้แหละดีที่สุดเลยครับ
สรุปก็คือเจ้า ไบโอเซ็นเซอร์ สามารถที่จะทำงานช่วยเหลือพีน้องเกษตรกรที่เกี่ยวกับโรคพืชที่มีสาเหตุมาจากเชื้อราก็ได้ หรือเชื้อแบคทีเรียก็ได้ นับว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีประโยชน์มากๆ เช่นเดียวกันนะครับ 5 เสือจุลินทรีย์ชีวภาพที่ผ่านการรับรอง ผ่านจดทะเบียนจากกรมวิชาการเกษตรมาเรียบร้อยแล้วนั้น สามารถที่จะเป็นเพื่อนใหม่ มิตรใหม่ให้เกษตรกรได้เลือกใช้ทดแทนการใช้สารเคมีหรือวัตถุอันตรายทางการเกษตรได้อย่างเหมาะเจาะลงตัวเลยนะครับ ต้องรายสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อขอรายละเอียดได้ที่ คอลเซ็นเตอร์ โทร. 084 555 4205 – 9, ทางโปรแกรมไลน์ ไอดีไลน์คือ tga001, tga002, tga003, tga004 หรือติดต่อฝ่ายวิชาการได้ที่ 02 986 1680 -2 นะครับ

มนตรี บุญจรัส
ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ http://www.thaigreenagro.com

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: