คุณกำลังมีปัญหาแบบนี้ไหม? พืชใบไหม้ คล้ายน้ำร้อนลวก ดอกผลร่วงเหี่ยวเฉา

2 มิ.ย.

แม้ว่าจะผ่านเดือนเมษายนมาเกือบเดือนแล้ว แต่ปัญหาพืชมีอาการใบไหม้คล้ายโดนน้ำร้อนลวก ยังคงประดังถาโถมเข้ามาถามที่สำนักงานชมรมเกษตรปลอดสารพิษแทบจะทุกวัน…(ถือว่าเป็นอาการที่ไม่ปรกติมาก) บางคนก็คิดว่าสาเหตเกิดจากชื้อราโรคพืช ที่มากับน้ำฝน แต่เมื่อฉีดพ่นจุลินทรีย์ชีวภาพ ไม่ว่าจะเป็นไตรโคเดอร์ม่า (Tricoderma Harzianum spp.) หรือจะเป็นกลุ่ม บาซิลลัส ซับธิลิส (Bacillus Subthilis spp.) ก็ไม่หาย ฉีดเพิ่มความถี่ก็ไม่หาย
หลังๆมานี่จึงเริ่มนึกขึ้นได้เกี่ยวกับข่าวคราวทางหน้าหนังสือพิมพ์ ทีวี ที่แจ้งการพยากรณ์อากาศว่าขณะนี้ประเทศไทยเราพัฒนาไปไกลมากทีเดียว………เดี่ยวนี้ ยุคนี้….ประเทศไทยมีอุณหภูมิที่สามารถร้อนขึ้นไปถึงเกือบจะ 45 องศาเซลเซียสกันแล้ว….โอ แม่จ้าววว! แม้แต่คนที่มีมือมีเท้าอย่างเราๆ วันๆ ก็อยู่ในห้องแอร์ ร่มเงา เข้าห้าง เพราะทนกับความร้อนไม่ไหว แล้วพืชที่ไม่มีมือมีเท้าอย่างเราจะทำอย่างไร?
แสงแดดที่แผดเผาลงมา สร้างความร้อนอบอ้าว บวกกับก๊าซเรือนกระจก ที่กักเก็บความร้อนเอาไว้ในชั้นบรรยกาศโลก แสงเข้ามาได้ แต่ความร้อนออกไม่ได้ (เหมือนเรานั่งอยู่ในรถที่ดับเครื่อง และปิดกระจกให้หมด….อย่างงัย อย่างงั้นเลย…ร้อนตับแล่บ… 555)
บรรยากาศที่ร้อนจัด เกือบถึง 45 องศานี้ทำให้พืชเครียดจัด ปิดปากใบ ไม่คายน้ำ เมื่อไม่คายน้ำระเหยออกทางยอด ก็ไม่สามารถที่จะดูดลำเลียงน้ำขึ้นมาจากใต้ดินได้ ทำให้เหี่ยว แห้ง เฉา เหงาลงทีละน้อย เกสรตัวเมียแห้ง การผสมเกาะติดกับเกสรตัวผู้ก็ยาก ดอกผลหลุดร่วงง่าย และที่สำคัญถ้าอากาศร้อนและแห้งมาก…..เขาก็จะฟ้องออกมาที่ลักษณะของใบที่จะค่อยไหม้และแห้งลงไปทีละใบสองใบ
ถ้าพบอาการอย่างนี้รีบเลยนะครับ รีบสร้างความชุ่มชื้นที่ผิวใบด้วยการใช้ให้น้ำราดรดไปที่ใบพืชให้บ่อยขึ้น ดูแลเอาใจใส่ให้มากขึ้น แต่ถ้าไม่มีเวลาก็ต้องอาศัยตัวช่วยหน่อยครับ ตัวช่วยที่ว่านี้คือ “ไบโอฟิล์ม200” ครับ ขนาด 5 กรัม ต้นทุนอยู่ประมาณ 5 บาท อัตราการใช้เพียง 2.5 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นให้เปียกชุ่มโชกเหมือนอาบน้ำนะครับ ตัวช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น “ไบโอฟิล์ม200” จะค่อยๆซึมซาบฉาบผิวให้พืชและอากาศยังคงระบายถ่ายเทได้สะดวกอยู่นะครับ ไม่เหมือนกับออยล์หรือน้ำมัน…อันนี้ใช้ไม่ได้นะครับ มิฉะนั้นเดี๋ยวจะกลายเป็นว่า เอาใบพืชไปฉาบน้ำมันทอดบนกระทะ ….หนักเข้าไปใหญ่เลยครับ เพราะน้ำมันเค้าจะไปปิดปากใบ พอพืชคายน้ำออกมาที่ผิวใบ “น้ำ” ถูก “น้ำมัน” กักไว้ พอเริ่มสายๆ อากาศร้อนขึ้นจากแสงอาทิตย์ มวลละอองน้ำเล็กใต้ชั้นน้ำมันบนผิวใบก็จะเดือดละทีนี้…..ใบพืชก็จะถูกลวกจนไหม้ได้อีกเช่นกัน
การสร้างระบบนิเวศน์ให้พืชมีความมั่นใจในเรื่องความชุ่มชื้นก็ถือเป็นเรื่องที่ต้องทำด้วยเช่นกันนะครับ เพราะการรดน้ำแบบปรกติเช้ากับเย็น คงจะช่วยไม่ได้ในยุคนี้ “ยุคโลกร้อน” รดน้ำตอนเช้า พอสาย เที่ยง บ่าย น้ำในดินแห้งไปตั้งแต่ตอนเช้า พืชขาดน้ำตั้งแต่สายมาแล้ว ทำให้เกิดอาการเครียดดังที่แจ้งไว้ในตอนแรก พฤติกรรมการรดน้ำก็อาจจะต้องเปลี่ยน ถ้าพืชของเรามีปัญหาดังที่ได้เล่ามา อาจจะต้องเพิ่มความถี่ในการรดน้ำให้มากขึ้น หรือจะใช้ “สารอุ้มน้ำโพลิเมอร์” 1 กิโลกรัม แช่น้ำ 200-400 ลิตรทิ้งไว้ สองถึงสามชั่วโมง หรือหนึ่งคืน ยิ่งนานยิ่งดูดกักเก็บน้ำได้มากครับ เอามาโปรยโรยรอบโคนต้น ใช้เศษหญ้าเศษฟางคลุมให้ดี วิธีนี้ก็จะช่วยสร้างความร่มรื่นให้กับระบบนิเวศน์รอบโคนต้น แถมมีตัวช่วยทางใบด้วย “ไบโอฟิล์ม200” จึงทำให้พืชน่าจะใจชื้นขึ้นมาบ้าง (พูดเหมือนใช้กับคนเลย 555) ส่งผลให้ไม่เครียด ไม่ปิดปากใบ ดูดกินแร่ธาตุสารอาหารจากทางดินขึ้นมาได้ปรกติ หยดน้ำเป็นโมเลกุลที่ต่อเนื่องกัน ไม่ตัดขาดจากกัน เพราะฉะนั้นเมื่อคายน้ำ ก็จะดึงน้ำจากด้านล่างขึ้นมาพร้อมกับสารอาหาร การทำให้พืชเชื่อมั่นว่าไม่ขาดน้ำ ร้อน แล้ง ก็เป็นการช่วงส่งเสริมให้พืชกินอาหารได้ดีขึ้น ลดอาการใบไหม้ด้วย เพราะสภาพแวดล้อมโดยรวม ร่ม เย็น ชุ่ม ชื้นครับ

มนตรี บุญจรัส
ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ http://www.thaigreenagro.com

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: