จุลินทรีย์มีดีเยอะ…ไม่น้อยหน้ายาเคมีเหมือนกัน

17 พ.ย.

ปัญหาเพลี้ยแป้งทำลายมันสำปะหลังก่อความยุ่งยากให้แก่เกษตรกรมาช้านาน การแก้หรือป้องกันส่วนใหญ่ใช้สารเคมีทั้งชนิดออกฤทธิ์เฉียบพลันและชนิดดูดซึมฉีดพ่น เพื่อหวังให้ตายทันใจปรารถนา แต่บางครั้งหลังฉีดแล้วกลับไม่ตาย เนื่องจากสารเคมีไม่ได้สัมผัสโดนตัวหรือน้ำที่ผสมเป็นด่างทำลายฤทธิ์ยา ซึ่งปกติแล้วน้ำที่เหมาะสมเสริมฤทธิ์ยาต้องเป็นอ่อนๆ หากพบว่าน้ำเป็นด่างให้เติมซิลิซิคแอซิค ปรับสภาพน้ำก่อนผสมยาหรือฉีดพ่นยาแล้วโดนเฉพาะตัวพ่อตัวแม่ที่อยู่ด้านบนตัวส่วนลูกที่ซ่อนอยู่ด้านล่างไม่โดน ทำไม่สามารถหยุดหรือระงับการทำลายได้ ทำให้ใช้ยาไม่ค่อยได้ผล อีกมุมหนึ่งอย่าลืมว่าเพลี้ยแป้งมีเกราะธรรมชาติจากผงแป้งฝุ่นสีขาวคอยป้องกัน ทำให้ไม่เปียกน้ำ ลื่นไหลไม่สัมผัสหรือยึดเกาะติดลำตัว จำเป็นต้องอาศัยตัวช่วยอย่างม้อยเจอร์แพล้นท์(สารจับใบ)เพิ่มประสิทธิภาพทำให้สารเปียกใบง่ายขึ้นปัจจุบันจุลินทรีย์อย่างเชื้อราบิวเวอร์เรีย,เมธาไรเซี่ยม ก็สามารถทำลายป้องกันควบคุมการระบาดของเพลี้ยแป้งได้ดีไม่แพ้สารเคมีเช่นเดียวกัน ด้วยเหตุนี้ชมรมเกษตรปลอดสารพิษจึงได้มีการพัฒนาจุลินทรีย์ดังกล่าวเป็นผลิตภัณฑ์ใช้กำจัดเพลี้ยแป้ง,เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลฯลฯ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ในรูปของผงสปอร์แห้ง ที่ชื่อคัทอ๊อฟ(บิวเวอร์เรีย) และฟอร์แทรน(เมทาไรเซี่ยม) ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ประเภทเชื้อรากินแมลง ที่ใช้อย่างแพร่หลายทั่วโลกนานกว่า 40ปีมาแล้ว อีกอย่างไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม กำจัดเพลี้ยแป้งมันสำปะหลัง เพียงแค่ใช้คัทอ๊อฟร่วมกับฟอร์แทรนอย่างละ 25-30กรัม ผสมในน้ำ 20 ลิตรฉีดพ่น ก็สามรถทำลายเพลี้ยแป้งได้อย่างมีประสิทธิภาพหรืออาจเสริมฤทธิ์โดยการปรับสภาพน้ำด้วยซิลิซิคให้เป็นกรดอ่อนๆร่วมกับม้อยเจอร์แพล้นท์ก่อนจะนำจุลินทรีย์ดังกล่าวลงผสม ฉีดพ่นให้ทั่วทั้งใต้ใบบนใบ ประสิทธิภาพของม้อยเจอร์แพล้นท์ก็จะค่อยๆชะล้างแวกซ์ทำลายเกราะป้องกันออก ทำให้จุลินทรีย์เข้าทำลายได้ง่ายขึ้นหลังจากม้อยเจอร์แพล้นท์ได้ทำลายเกราะป้องกันแล้ว จุลินทรีย์ก็จะสัมผัสตัวเพลี้ยแล้วค่อยๆงอกออกจากสปอร์เจริญเป็นเส้นใยแทงเข้าทำลาย จากนั้นจะเริ่มมีอาการป่วย หยุดทำลายและตายในที่สุด หากสังเกตดีๆจะพบว่าเพลี้ยที่ตายจะแห้งคล้ายๆ กับว่าถูกดูดกินน้ำเลี้ยงนั่นเอง เวลาที่เหมาะสมในการฉีดพ่นควรเป็นช่วงเย็นแดดไม่จัดหรือไม่มีแดด ฉีดพ่นให้ทั่วทั้งบนใบ ใต้ใบ กิ่ง ก้าน โคน กอ หรือที่คาดว่าเพลี้ยแอบหลบซ่อนอยู่ ให้เปียกชุ่มโชกเหมือนอาบน้ำ 7วัน/ครั้ง หากระบาดให้ฉีดแบบวันเว้นวันติดต่อกัน 3 ครั้ง นอกจากนี้ควรฉีดพ่นควบคุมปริมาณเพลี้ยในสวนในไร่เป็นประจำ เพื่อตัดวงจรป้องกันการระบาดให้ทันท่วงที สำหรับเกษตรกรที่ต้องการสอบถามหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ (02-9861680 -2) หรือผู้เขียน (081-3983128)
เขียนและรายงานโดย : คุณเอกรินทร์ ช่วยชู (นักวิชาการชมรมฯ)
ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ http://www.thaigreenagro.com
เสนอแนะติชมได้ที่ email: thaigreenagro@gmail.com

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: