ก่อนลงปลูกหน่อไม้ฝรั่ง ฉุดคิดนิดหนึ่ง แล้วชีวิตท่านจะเปลี่ยน

30 พ.ย.

หน่อไม้ฝรั่งหรือแอสพารากัส(Asparagus) เป็นพืชผักที่ได้รับความสนใจมากในปัจจุบัน เพราะมีแนวโน้มความต้องการของตลาดสูง ทั้งในรูปหน่อสด แปรรูป ทำให้เกษตรกรเริ่มหันมาปลูกหน่อไม้ฝรั่งมากขึ้น มีทั้งชนิดหน่อสีขาวสำหรับแปรรูป ซึ่งปลูกกันมากแถวสุพรรณบุรี และชนิดหน่อสีเขียวใช้รับประทานสด ปลูกกันมากในพื้นที่ นครปฐม กาญจนบุรี นนทบุรี และนครราชสีมา ไม่ว่าจะเป็นหน่อชนิดไหน พันธุ์เดียวกัน หรือต่างสายพันธุ์ก็ตาม การที่ให้ผลผลิตสีขาวหรือสีเขียวขึ้นอยู่กับวิธีปฏิบัติที่แตกต่างกัน หากต้องการได้หน่อสีขาว ก็ต้องพูนโคนกลบดินให้สูงประมาณ 30เซนติเมตร หรือสวมปิดด้วยกรวยกระดาษบางประเทศในเขตอบอุ่นอย่างยุโรป อเมริกา ญี่ปุ่น จะเก็บหน่อมาใช้ประโยชน์ได้เฉพาะช่วงฤดูใบไม้ผลิเท่านั้น แต่ในขณะเดียวกันประเทศไทยเราสามารถปลูกและเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ตลอดทั้งปี เราจึงควรใช้ความได้เปรียบนี้ผลิตหน่อไม้ฝรั่งเพื่อการส่งออกในช่วงเวลาที่ประเทศเหล่านั้นไม่สามารถเก็บผลผลิตได้ เนื่องมาจากฤดูกาลไม่เหมาะสม เนื่องจากหน่อไม้ฝรั่งเป็นพืชค่อนข้างใหม่ เทคโนโลยีการผลิตที่เหมาะสมอยู่ในขั้นกำลังพัฒนา แม้ว่าจะมีการปลูกมานานแล้วก็ตาม แต่วิธีการปลูก พันธุ์ที่ใช้ การดูแล รักษา ตลอดจนเทคนิคต่างๆ ในการเพิ่มผลผลิตและการปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยว เพื่อให้ได้หน่อที่มีคุณภาพที่ดีที่สุด เป็นที่ต้องการของตลาด ยังไม่เปิดเผยมากนักวันนี้เราจะกล่าวถึงขั้นพื้นฐานของการปลูกนั้นก็คือการปรับปรุงสภาพดินหรือปรับเปลี่ยนโครงสร้างของดินที่เสื่อมสภาพเนื่องจากใช้มานาน ขาดการดูแลรักษา ใช้เคมีมากติดต่อนานเกินไปหรือปลูกพืชหน้าเดียวนาน ตามที่กล่าวมาข้างต้น สามารถก่อให้เกิดดินเสีย(ดินตาย) ปลูกพืชไม่โต พืชไม่กินปุ๋ย เนื่องจากดินมีความเป็นกรด-ด่างมากเกินไป ที่แล้วมาเกษตรกรทราบว่าเพียงว่าหากดินเป็นกรดให้เติมปูนจำพวกโดโลไมท์ ปูนมาร์ล หารู้ไม่…การเติมปูนลงในดินนอกจากช่วยปรับเปลี่ยนค่าพีเอสของดินแล้ว ยังทำให้ดินจับตัวแน่นแข็ง หากใช้บ่อยครั้งอาจทำให้ดินที่ดี มีคุณภาพอยู่แล้ว กลายเป็นดินด่าง ดินเสื่อมสภาพแบบไม่คาดคิดก็ได้ฉะนั้นการปรับปรุงสภาพดินแต่ละครั้งควรเลือกวัสดุที่ดีมีคุณภาพ เหมาะสมกับโอกาส เวลา จะช่วยลดต้นทุนได้จริง ยั่งยืนยาวนาน มิใช่เฉพาะหน้าแล้วมาแก้ปัญหาทีหลัง เช่น นำหินแร่ภูเขาไฟ(พูมิชซัลเฟอร์)มาช่วยปรับปรุงสภาพดินแทนโดโลไมท์ ปูนมาร์ล เพราะวัสดุดังกล่าวจะช่วยปรับโครงสร้างพีเอสของดิน เพิ่มธาตุอาหารในดิน นอกจากนี้ยังช่วยลดต้นทุนค่าปุ๋ย ยา ฮอร์โมนต่างๆ เนื่องจากพูมิชซัลเฟอร์ประกอบด้วยหินแร่ภูเขาไฟที่มีความพรุน สามารถจับตรึงไนโตรเจนได้ดี มีซิลิก้าที่ละลายน้ำได้ ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้เซลล์พืช ทำให้โรคแมลงศัตรูพืชเข้าทำลายได้น้อยลง สามารถช่วยเกษตรกรลดต้นทุนการใช้ปุ๋ย ยา ฮอร์โมนต่างๆลงได้ ยั่งยืนเพราะว่า…วัสดุดังกล่าวไม่แพ็คหน้าดินหรือทำให้หน้าดินแน่นแข็ง เกษตรกรท่านใดสนใจข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อสอบถามได้ที่ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ 02-9861680 -2 หรือนักวิชาการชมรมฯ 081-3983128
เขียนและรายงานโดย : คุณเอกรินทร์ ช่วยชู (นักวิชาการชมรมฯ)
ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ http://www.thaigreenagro.com
เสนอแนะติชมได้ที่ email : thaigreenagro@gmail.com

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: